South Watch.org South Watch.org
มุมหนังสือ
a picture
ชื่อหนังสือ เผชิญภัยคุกคามโลก ศตวรรษที่ 21 กับความมั่นคงที่ยั่งยืน
ผู้แต่ง คริส แอ็บบอท, พลอ โรเจอร์ส และจอห์น สโลโบดา
ผู้แปล สุนทรี เกียรติประจักษ์
บรรณาธิการ ชนิดา จรรยาเพศ
จัดพิมพ์โดย โครงการจัดพิมพ์คบไฟ และ คณะทำงานวาระทางสังคม สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์

จัดจำหน่าย ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ราคา 110 บาท


สถานการณ์ความตึงเครียดที่โลกกำลังเผชิญในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงในสายตาของนักอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่นั้น คงหนีไม่พ้นจากลัทธิก่อการร้ายสากลที่ถูกวาดภาพไว้ว่า โลกกำลังเผชิญกับการก่อการร้ายที่ไร้พรมแดนจากกองกำลังของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่เริ่มสงครามก่อการร้ายยุคใหม่ภายหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ที่มีการถล่มศูนย์กลางของอเมริกาอันเป็นสัญลักษณ์ของโลกทุนนิยม โดยการฉายภาพจากกลุ่มผู้นำสายเหยี่ยวของอเมริกันชี้ให้ชาวโลกเห็นถึงความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นจากการก่อการร้ายที่ดำเนินการโดยโลกมุสลิม และกดดันให้ประเทศต่าง ๆ เลือกข้างว่าจะยืนอยู่คู่กับอเมริกันหรือไม่ก็เป็นศัตรู ภายใต้กระแสหลักนี้ทำให้โลกถูกขับเคลื่อนสู่การเผชิญหน้ากับสิ่งที่ผู้นำอเมริกันสร้างมายาภาพ และมีการกำหนดทิศทางที่จะทอนกำลังการเผชิญหน้าและท้าทายกับโลกมุสลิมมากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่งกลุ่มนักวิชาการอิสระในนามของ กลุ่มวิจัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคลังสมองที่สำคัญของประเทศอังกฤษกลับมีมุมมองที่แตกต่างจากนักอนุรักษ์นิยมใหม่อย่างสิ้นเชิง พวกเขาให้นำเสนอรายงานชิ้นหนึ่งขึ้นเพื่อวิเคราะห์ถึงภัยคุกคามที่โลกกำลังเผชิญในศตวรรษใหม่นี้ ภายใต้รายงานที่ชื่อว่า เผชิญภัยคุกคามโลก ศตวรรษที่ 21 กับความมั่นคงที่ยั่งยืน ในรายงานฉบับนี้ทีมนักวิจัยได้สรุปประเด็นที่เป็นภัยคุกคามของโลกไว้อย่างน่าสนใจอย่างยิ่ง พวกเขาชี้ให้เห็นว่าภัยการก่อการร้ายที่อเมริกันพยายามสร้างภาพนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของปัญหาที่อเมริกันสร้างขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมในสงครามล่าอาณานิคมสมัยใหม่ แต่ยังไม่ใช่ภัยคุกคามโลกอย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นที่นักวิจัยกลุ่มนี้พยายามชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามที่โลกกำลังเผชิญนั้นได้ก้าวข้ามพรมแดนแห่งกระบวนทัศน์ที่นักอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่มองอย่างสิ้นเชิง ภัยคุกคามในสายตาของนักวิจัยกลุ่มนี้มุ่งชี้ให้เห็นประกอบด้วย ความเปลี่ยนแปลงในด้านภูมิอากาศ การแย่งชิงทรัพยากร การเบียดขับโลกส่วนใหญ่ให้อยู่ในชายขอบ และการแผ่ขยายการทหารทั่วโลก โดยนัยเช่นนี้รายงานฉบับนี้จึงเป็นการมองมุมกลับถึงแนวนโยบายที่นักอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่อย่างอเมริกันที่โฆษณาชวนเชื่อผ่านกลไกของสื่อต่าง ๆ ถึงภัยการก่อการร้ายว่าเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงนั้น เป็นการบิดเบือนประเด็นของสถานการณ์โลกอย่างสิ้นเชิง รายละเอียดของแต่ละประเด็นที่นักวิจัยกลุ่มนี้นำเสนอขึ้นมานั้น ล้วนแต่เปิดโปงความเลวร้ายที่ดำเนินการขึ้นและก่อตัวเป็นปัญหาระดับโลกภายใต้หน้ากากของผู้พิทักษ์โลกอย่างอเมริกาและรัฐทุนนิยมที่เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดอเมริกา

ดังนั้นรายงานฉบับนี้จึงเป็นรายงานที่พวกเราในฐานะประชาคมโลกควรศึกษาและทำความเข้าใจในการเตรียมรับมือกับสภาวะที่กำลังเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง เพื่อหลีกให้พ้นจากมายาคติที่ถูกสร้างขึ้นจากฐานความคิดโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มนักล่าอาณานิคมสมัยใหม่ อย่างน้อยที่สุดเราจะได้มีสติในการทำความเข้าใจและร่วมกันขจัดภัยคุกคามที่กำลังเผชิญหน้าเราอย่างถูกต้อง

แนะนำโดย คณะทำงานวาระทางสังคม สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย www.southwatch.org

เกี่ยวกับผู้เขียน

คริส แอ็บบอต ( Chris Abbott ) เป็นเจ้าหน้าที่วิจัยของกลุ่มวิจัยออกซ์ฟอร์ด มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานความมั่นคงของโลก เขาเป็นผู้ประสานงานโครงการ “ภัยคุกคามโลก” ของกลุ่มฯและเป็นผู้เขียนหลักของรายงาน ฉบับนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานรณรงค์และวิจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมหลายเรื่อง นอกเหนือจากรายงานวิจัยของกลุ่มฯ เขายังได้เขียนบทความเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงของโลกลงตีพิมพ์ในสิ่งพิมพ์หลากหลาย ฉบับทั้งในสหราชอาณาจักรและในต่างประเทศ

พอล โรเจอร์ส ( Paul Rogers ) เป็นศาสตราจารย์ด้านสันติศึกษาที่มหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ด และเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของโลกของกลุ่มวิจัยออกซ์ฟอร์ด พอลทำงานในสาขาความมั่นคงระหว่างประเทศ การควบ คุมอาวุธ และความรุนแรงทางการเมืองมากว่า 30 ปี เขาเป็นผู้บรรยายในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยกลาโหมของหลาย ๆ ประเทศ และเขียนหนังสือมาแล้ว 20 เล่ม พอลยังเป็นนักวิจารณ์ประเด็นความมั่นคงของโลกที่มี ผลงานประจำในสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ

จอห์น สโลโบดา ( John Sloboda ) เป็นกรรมการบริหารของกลุ่มวิจัยออกซ์ฟอร์ด เขาเป็นศาตราจารย์ด้านจิตวิทยาและนักวิจัยกิตติมศักดิ์ที่สำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมือง และสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยา ลัยคีล เขาได้ร่วมก่อตั้งและบริหารโครงการนับศพในอิรัก ( Iraq Body Count Project ) ซึ่งกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพลเรือนอิรักในระหว่างสงครามและหลังจากนั้นอย่างรวดเร็ว ในเดือน กรกฎาคม 2547 จอห์น ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกบัณฑิตยสภาของอังกฤษ

เกี่ยวกับกลุ่มวิจัยออกซ์ฟอร์ด

กลุ่มวิจัยออกซ์ฟอร์ด ( Oxford Research Group – ORG ) เป็นกลุ่มนักวิชาการอิสระที่ดำเนินงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางบวก ในประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงในระดับชาติและระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2525 เป็นองค์กรการกุศลและบริษัทจำกัดมหาชนขนาดเล็ก มีบุคลากรประจำและที่ปรึกษาที่เป็นกลุ่มแกนจำนวนไม่มาก กำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริหาร และได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายผู้อุปถัมภ์ และผู้ร่วมงานอีกจำนวนหนึ่ง ในปี 2546 กลุ่มวิจัยออกซ์ฟอร์ดได้รับรางวัลสันติภาพนิวาโน ( Niwano Peace Price ) และในเดือนเมษายน 2548 ได้รับการยกย่องจากหนังสือพิมพ์เดอะอินดิเพนเด้นต์ ให้เป็น 1 ใน 20 กลุ่มทิงก์แทงก์ ( think tank ) ชั้นแนวหน้าของสหราชอาณาจักร

.....................................


บทสรุปย่อสำหรับผู้บริหาร

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 9/11 และพัฒนาการของ “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” ขึ้น มีการประโคมกันในกรุงวอชิงตัน ลอนดอน และในเมืองหลวงต่าง ๆ ของประเทศตะวันตกว่า การก่อการร้ายสากล เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุดที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อปัจจุบัน แต่ทว่ารายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า การก่อการร้ายสากลเป็นเพียงภัยคุกคามย่อยเมื่อเปรียบเทียบกับแนวโน้มความเป็นไปอื่น ๆ ในโลก ซึ่งร้ายแรงกว่าและการตอบโต้กับแนวโน้มเหล่านี้ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีของผู้ก่อการร้ายให้มีมากยิ่งขึ้น แทนที่จะลดลง

ในการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาเหล่านี้ รายงานฉบับนี้จะเสนอภาพรวมของปัจจัยสี่กลุ่ม ซึ่งผู้เขียนชี้ว่าเป็นสาเหตุรากเหง้าของความขัดแย้งและความไม่มั่นคงในโลกทุกวันนี้ ขณะเดียวกันก็น่าที่จะ เป็นตัวกำหนดความขัดแย้งในอนาคตด้วย ได้แก่

1. ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก
2. การแย่งชิงทรัพยากร
3. การเบียดขับโลกส่วนใหญ่ให้อยู่ชายขอบ
4. การแผ่ขยายการทหารทั่วโลก


ปัจจัยเหล่านี้คือแนวโน้มที่น่าจะนำไปสู่ความไม่มั่นคงอย่างมีแก่นสาร ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค รวมถึงการสูญเสียชีวิตในวงกว้าง ในปริมาณที่ภัยคุกคามอื่นใดอันอาจมีไม่สามารถเทียบได้เลย

การตอบโต้กับภัยคุกคามเหล่านี้ในปัจจุบันมีลักษณะที่สามารถเรียกได้ว่า “กระบวนทัศน์ควบคุม” อันเป็นความพยายามที่จะธำรงรักษาสถานภาพเดิมเอาไว้ ด้วยวิธีทางการทหารและการควบคุม ความไม่มั่นคงไว้ โดยไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ผู้เขียนโต้แย้งว่า นโยบายด้านความมั่นคงที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ มีแต่จะแพ้ภัยตัวเองในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องมีแนววิธีการใหม่

แนววิธีจัดการความมั่นคงของโลกแบบใหม่จะมีลักษณะที่เรียกว่า “กระบวนทัศน์ความมั่นคงที่ยั่งยืน” ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างแนววิธีใหม่กับ “กระบวนทัศน์ควบคุม” อยู่ตรงที่แนวใหม่นี้ไม่ พยายามที่จะควบคุมภัยคุกคามแต่ฝ่ายเดียวด้วยการใช้กำลัง ( กำจัดอาการ ) แต่มุ่งหมายที่จะร่วมมือกันแก้ไขสาเหตุรากเหง้าของภัยคุกคามเหล่านั้น โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ได้ผลที่สุดเท่าที่จะหาได้ ( รักษาโรค ) ยก ตัวอย่างเช่น แนววิธีการของความมั่นคงที่ยั่งยืนจะให้ความสำคัญแก่พลังงานทดแทนในฐานะที่เป็นทางออกหลักของปัญหาความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะเป็นการตอบโต้ กับการแย่งชิงทรัพยากร การลดความยากจน ในฐานะที่เป็นวิธีการแก้ไขการเบียดขับให้อยู่ชายขอบ และการยุติและถอยหลังจากการพัฒนาและแพร่กระจายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ในฐานะเป็นองค์ประกอบ สำคัญในการสกัดกั้นการแผ่ขยายอำนาจทางการทหารทั่วโลก วิธีการเหล่านี้จะเปิดโอกาสที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงหายนะภัยระดับโลก ทั้งยังจะแก้ไขสาเหตุรากเหง้าบางประการของการก่อการร้ายได้ด้วย

รัฐบาลทั้งหลายคงจะไม่ยินดีน้อมรับแนวความคิดเหล่านี้ หากปราศจากแรงกดดันจากเบื้องล่าง ผู้เขียนโต้แย้งว่านี่เป็นโอกาสที่หาไม่ได้อีกแล้ว ที่องค์กรพัฒนาเอกชนกับภาคประชาสังคมโดย รวมจะประสานความพยายามเข้าด้วยกัน เพื่อโน้มน้าวรัฐบาลให้เชื่อว่าแนววิธีการใหม่นี้ปฏิบัติได้ และจะประสบผลดี นี่จะหมายถึงการเชื่อมร้อยกันระหว่างประเด็นสันติภาพ การพัฒนา และสิ่งแวดล้อมอย่างแนบแน่นขึ้น กว่าที่เคยพยายามทำกันในปีต่อ ๆ ไปข้างหน้า การมีผู้นำชุดใหม่ในสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรอาจจะเป็นโอกาสอันดียิ่งสำหรับการสร้างความก้าวหน้าในเรื่องนี้ก็ได้ แต่ถ้าหากไม่มีการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนในอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า ก็คงจะยากมากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่ระบบโลกจะหลีกเลี่ยงภาวะไร้เสถียรภาพอย่างรุนแรงเมื่อถึงกลางศตวรรษนี้ได้


ความหนา 106 หน้า
ราคา 110 บาท
ปีที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2550
ISBN 987-974-7669-96-1

ผู้สนใจติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คณะทำงานวาระทางสังคม สถาบันวิจัยสังคม
อาคารวิศิษฐ์ – ประจวบเหมาะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 02-2187392/02-2187382