South Watch.org South Watch.org
แฟ้มข้อมูล คณะทำงานวาระทางสังคม
Download เอกสาร : MN001-Download_Doc.pdf
วันที่โพสต์ : 2008-06-08

ความมั่นคงของมนุษย์ในมุมมองของชาวบ้าน



รายงานการประชุมเรื่อง ความมั่นคงของมนุษย์ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2
วันที่ 4 - 5 เมษายน 2549 และ วันที่ 25 ? 26 เมษายน 2549 ณ ห้องประชุม อาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ( มอ.ปัตตานี ) อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

สรุปประเด็นจากการประชุมเรื่อง ความมั่นคงของมนุษย์
วันที่ 25 - 26 เมษายน 2549


ความมั่นคงของมนุษย์ในมุมมองของชาวบ้าน
  • ความมั่นคงทางอาหารในอดีตทรัพยากรทางอาหารมีความอุดมสมบูรณ์มากเพราะพึ่งพิงอ่าวปัตตานีหลัก
  • ความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนสามจังหวัดภาคใต้ เช่น ความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรทางทะเล พรุ แม่น้ำ ทุ่งนา ภูเขา ป่า ตลอดจนสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในทะเล แม่น้ำ และภูเขา
  • ความมั่นทางด้านจิตใจ ชาวบ้านมีจิตใจที่ดีงามเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
  • ความมั่นคงทางศาสนา?ปอเนาะ? โดยยึดหลักธรรมทางศาสนาอิสลาม ซึ่งชาวบ้านสามารถปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนาได้อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการยึดตามกรอบประเพณีของมุสลิมอย่างเคร่งครัด
  • ความสามัคคีของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่น
  • ความมั่นคงของประเทศอยู่ที่มีรัฐธรรมนูญ ความมั่นคงของชุมชนอยู่ที่ความสงบ การเคารพกฎเกณฑ์ของชุมชนที่มีความแตกต่างจะก่อให้เกิดความสุข


ภัยคุกคามของมนุษย์
  • นโยบายของรัฐบาลที่อาจจะส่งผลกระทบชาวบ้านโดยตรง เช่น โครงการซีฟู๊ดแบงค์ ( Sea Food Bank )โครงการส่งเสริมการเลี้ยงหอยแครง โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน การถมอ่าวปัตตานี SML ได้ส่งผลกระทบต่อการหาอยู่หากินของชาวบ้าน และสร้างความแตกแยกในกลุ่มชาวบ้าน
  • ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรในท้องถิ่น ระหว่างภาครัฐบาล ภาคเอกชน ( กลุ่มนายทุนและนักธุรกิจข้ามชาติ ) กับภาคประชาชนชาวบ้าน ซึ่งในบางครั้งภาครัฐจะดำเนินโครงการใดๆ มักจะไม่ขอความคิดเห็นชาวบ้านเรื่องผลกระทบก่อน แต่กลับให้ความสนใจกลุ่มนายทุนในประเทศ และต่างประเทศ
  • ทรัพยากรทางทะเลลดลง และถูกทำลาย จากคนในและนอกพื้นที่ เช่น การจับปลาหมึกเรือประมงของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และการส่งเสริมการเลี้ยงหอยแครงโดยใช้วิธีจับหอยด้วยการคราดหอย
  • ในปัจจุบันนี้คนมีจำนวนมากขึ้น ประกอบกับคนนอกพื้นที่เข้ามาจับจองพื้นที่ อาทิทะเล ภูเขา ทุ่งนา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจเน้นตลาดและการส่งออก ชาวบ้านต้องดิ้นรนเพื่อประคับประคองชีวิตให้อยู่รอด ฉะนั้นจึงเกิดการแย่งชิงทรัพยากรในอ่าวปัตตานีทำให้ทรัพยากรลดลง และชาวประมงที่อาศัยอยู่รอบอ่าวปัตตานีได้รับผลกระทบด้วย ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องเคลื่อนย้ายแรงงานไปทำงานยังประเทศมาเลเชียมากขึ้นเพราะมีภาษาและวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงในสามจังหวัดชายแดนใต้
  • การพัฒนาที่ไม่เข้าใจระบบนิเวศน์วัฒนธรรมเป็นการพัฒนาที่ฝืนธรรมชาติอาจจะส่งผลกระทบต่อคนและสัตว์ เช่น การถมอ่าวปัตตานี เป็นต้น
  • ประชาชนมีปัญหาความยากจน รายได้ต่ำ ราคาน้ำมันแพง ค่าใช้จ่ายสูง รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายเพราะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรที่จำกัดจากคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ทำให้คนเหล่านี้ต้องอพยพแรงงานออกนอกประเทศไปทำงานยังประเทศมาเลเซียทำให้เด็กขาดความอบอุ่นสร้างปัญหาครอบครัว และติดยาเสพติด
  • สื่อ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่เข้าไปมีบทบาทในชุมชนสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น บางรายการรูปแบบรายการอาจขัดต่อหลักคำสอนตามศาสนาอิสลาม และยังเพิ่มแรงกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน เช่น การถ่ายทอดฟุตบอลเป็นการส่งเสริมการเล่นการพนัน (พนันบอล) รายการการ์ตูนทำให้เด็กไม่ไปเรียนคัมภีร์อัลกรุอานตามหลักศาสนา
  • การพัฒนาที่ไม่เข้าใจมิติทางสังคมทางจารีตประเพณีและวัฒนธรรมของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะคนนอกพื้นที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ ทำให้ชาวบ้านแตกแยก และชุมชนล่มสลาย เพราะขาดการความรู้และความท้องถิ่นอย่างถ่องแท้ ในการจัดกิจกรรมชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา จึงทำให้ขาดความต่อเนื่องเปรียบเหมือนกับลูกที่คอยรับน้ำนมจากแม่ที่คอยป้อนเท่านั้น
  • เจ้าหน้าที่ของภาครัฐมีส่วนร่วมและรู้ เห็นกับการตั้งข้อกล่าวหากับผู้บริสุทธิ์
  • ประเพณีและวัฒนธรรมแบบดังเดิมถูกละเลยและทอดทิ้ง ยกตัวอย่างเช่น เด็กและเยาวชนไม่สนใจการเรียนพระคัมภีร์อัลกรุอาน
  • ความน่าเชื่อถือในความยุติธรรมของหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยงานของรัฐบาล และสื่อมวลชน ลดลง ในกรณีชาวบ้านจังหวัดนราธิวาสนักข่าวมาเลเชียมาทำข่าวเพราะไม่มีความเชื่อมั่นและเชื่อถือต่อการทำข่าวของสื่อมวลชนในประเทศไทย


แนวทางการแก้ไขปัญหา แบ่งเป็น 3 ระดับ
ระดับครอบครัว
  • สร้างครอบอบอุ่นให้ครอบครัวเข้มแข็ง โดยการสร้างการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างพ่อ แม่ ลูกเพื่อให้รู้เท่ารู้ทันสถานการณ์ที่รอบข้างอันอาจจะส่งผลกระทบด้วย
  • การสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน
  • สร้างความรู้ความเข้าใจให้เท่าทันต่อสถานการณ์ หรือเท่าทันการบริโภคสื่อ


ระดับชุมชน / ท้องถิ่น
  • การสร้างเครือข่ายกลุ่มแกนนำชาวบ้าน โดยใช้ทุนเดิมของชุมชนที่ยังมีอยู่ คือ แกนนำชุมชนเป็นรากฐานในการขยับเคลื่อนกิจกรรมทางสังคม
  • ชาวบ้านและชุมชนผลิตสื่อด้วยตนเอง เพื่อนำเสนอสื่อตามสถานการณ์ของปัญหาเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามประเด็นต่างๆ เช่น ละเกบูดู อินเตอร์เน็ต ไอซีที เป็นต้น
  • สร้างกิจกรรมของกลุ่มชาวบ้าน เช่น การทำปุ๋ยหมักจากตะกอนน้ำเสีย การเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าโรงเรียนตาดีกา การฟื้นอ่าวปัตตานี การฟื้นฟูแม่น้ำสายบุรีวังปลา
  • การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น เช่น การเป็นชาวประมงที่ดีโดยเอาผู้เฒ่าผู้แก่มาเล่าสู่คนรุ่นหลังฟัง และการพัฒนาสอนหลักสูตรเรื่องป่าสันทราย-สมุนไพร


ระดับนโยบาย
  • การจัดทำฐานข้อมูล และงานวิจัยในประเด็นทรัพยากร และความมั่นคงของมนุษย์เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนนโยบายของรัฐ
  • การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น เช่น การเป็นชาวประมงที่ดีโดยเอาผู้เฒ่าผู้แก่มาเล่าสู่คนรุ่นหลังฟัง
  • ยกระดับการศึกษาในท้องถิ่นให้เทียมเท่าในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และส่งเสริมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รวมถึงระบบปอเนาะแบบดั่งเดิม
  • รัฐควรสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้าน ด้วยการคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น เช่น การอุ้มหาย การฆ่าผู้บริสุทธิ์ เป็นต้น


เนื้อหาทั้งหมดสามารถดูได้ที่ Download เอกสาร MN001-Download_Doc.pdf