South Watch.org South Watch.org
เยียวยาแผ่นดิน
ทะเลไม่มีปลา
ทะเลไม่มีปลา
(บน) สะมาแอ เจ๊ะมุฏอ "ไม่ได้มีแค่ชาวมุสลิมภาคใต้เท่านั้นที่ได้รับความลำบาก"
(ล่าง) มูหามะสุกรี มะสะนิง "เรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องและเอื้อประโยชน์ให้ทุกคน"
ทะเลไม่มีปลา
ทะเลไม่มีปลา
ผู้เฒ่าถ่ายทอดศิลปะการทำประมงแก่เด็ก

ท่ามกลางความรุนแรงในภาคใต้ ชาวประมงพื้นบ้านยังมุ่งมั่นปกป้องทะเลของตน

วามเจ็บปวดยังแจ่มชัดในความทรงจำของรุซยี มะสะเน็ง ลูกของเขาเพิ่งขวบเดียวตอนที่รุซยีต้องจากครอบครัวที่อยู่ในหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ในปัตตานีเพื่อไปทำงานในมาเลเซีย “คิดถึงลูกมากจนนอนร้องไห้บ่อย ๆ ” เขานึกถึงความหลัง “ตอนนั้นเราไม่มีทางเลือก อยู่บ้านก็ไม่ได้ ทะเลไม่มีปลาให้จับแล้ว”

นั่นคือเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนั้นหมู่บ้าน ตันหยงเปาว์ ซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลเกือบจะร้างแล้ว เพราะไม่สามารถหยุดยั้งเรืออวนลากขนาดใหญ่ไม่ให้มาจับปลาตามทะเลชายฝั่งได้ รุซยีเหมือนชาวประมงพื้นบ้านอีกมากมายที่ต้องทิ้งบ้าน ขณะที่บรรดาแม่และลูกสาวต้องทำงานรับจ้างในโรงงานแปรรูปอาหารทะเล ซึ่งก็มาจากเรืออวนที่ทำลายชีวิตของชาวบ้านนั่นเอง

เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับชาวประมงพื้นบ้านทุกหมู่บ้านในภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แม้ตามกฎหมาย เรืออวนรุนอวนลากต้องอยู่ห่างจากชายฝั่งอย่างน้อย 3 กิโลเมตร กฎหมายยังห้ามการใช้วิธีทำการประมงที่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่เรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่เหล่านี้เป็นของผู้มีอิทธิพล ซึ่งมาจากวัฒนธรรมและความเชื่อที่เอาเงินเป็นใหญ่ และยังได้แรงหนุนจากรัฐบาลที่มีนโยบายกระตุ้นการส่งออกอาหารทะเลด้วย ชาวประมงพื้นบ้านมุสลิมที่อยู่ชายฝั่งได้แต่โกรธและแค้นใจ ตามกฎหมายนั้น

เรืออวนรุนอวนลากกวาดทะเลชายฝั่งจนราบ ทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล เช่น ปะการัง ที่มีความสำคัญต่อนิเวศวิทยาทางทะเล ในพริบตา ของขวัญที่ธรรมชาติให้แก่ชาวบ้านเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวถูกทำลายสิ้น ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านจำนวนมากสิ้นหวังและอพยพออกไปทำงานข้างนอก แต่มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมแพ้ “เราต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อลูกหลาน เพื่อความถูกต้อง” มูหามะสุกรี มะสะนิง กล่าว สุกรีเป็นผู้นำชุมชนตันหยงเปาว์ หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

ในระหว่างเส้นทางการต่อสู้ พวกเขาได้เพื่อนมากมาย ทั้งนักวิชาการ ทั้งองค์กรพัฒนาเอกชน เพราะความมุ่งมั่นที่จะปกป้องท้องทะเลทำให้ชนะใจ และทำให้ก้าวข้ามกำแพงทางเชื้อชาติวัฒนธรรมกันได้

ทะเลไม่มีปลา
รุซยี มะสะเน็ง “ตอนนี้ผมสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวได้” ด้านหลังเขาคือเรือลาดตระเวน ที่ตรวจตรามิให้เรืออวนลากเข้ามา

“การเคลื่อนไหวของชาวประมงพื้นบ้านจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสื่อสารความทุกข์ยากให้ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้ และเพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ได้อย่างเท่าเทียม”

สะมะแอ เจ๊ะมูฎอ เลขาธิการสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านภาคใต้กล่าว และการที่สมาพันธ์ตัดสินใจเข้าร่วมกับสมัชชาคนจนเพื่อผลักดันหาทางออกเชิงนโยบาย เป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกทัศน์ให้กับชาวบ้านมุสลิมอย่างมาก

“ แต่หลังจากที่ได้ร่วมในการต่อสู้ เราเริ่มเข้าใจชะตากรรมของพี่น้องในสลัมและที่อื่น ๆ ไม่ใช่แค่พวกเราพี่น้องมุสลิมในภาคใต้เท่านั้นที่ลำบาก แต่ทุกที่ในประเทศนี้มีปัญหาทั้งนั้น ทั้งหมดก็มาจากนโยบายของรัฐ”

ในสมัยก่อนที่เกิดปัญหาเรืออวนรุนอวนลาก ภาพที่เห็นจนชินตาในหมู่บ้าน คือผู้หญิงจะออกมายืนรอสามีที่ชายหาด เพื่อช่วยกันล้างปลาและขนปลาที่จับได้กลับบ้าน “แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว” เขาพูดพลางถอนใจ เมื่อพ่อแม่ต้องจากบ้านไปทำงานที่อื่น เด็ก ๆ ต้องโตขึ้นมาโดยขาดความอบอุ่น เมื่อไม่มีงานทำแล้ว ความเบื่อหน่ายทำให้หลายคนหันเข้าหายาเสพติด ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ของหมู่บ้านทุกที่

การจับปลาได้น้อยลงและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้หลายคนต้องเลิกทำประมง ดังนั้นถ้าลูกสาวที่ออกไปทำงานข้างนอกไม่ว่าจะในเมืองไทยหรือมาเลเซีย เริ่มทำตัวเหมือนวัยรุ่นในเมืองมากขึ้น พวกพ่อแม่ก็ได้แต่อึดอัดใจไม่กล้าว่าอะไรลูก

แต่ภัยใหม่กำลังคืบคลานเข้ามา

นโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุนของรัฐบาล กำลังจะแบ่งทะเลชายฝั่งออกเป็นแปลง ๆ เปิดทางให้นายทุนเข้ามาใช้ทะเลชายฝั่งซึ่งเป็นสมบัติส่วนรวมของชุมชนไปแสวงหากำไรส่วนตัวจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่กำลังเฟื่องฟู ซึ่งจะทำให้ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยลง และปัญหาน้ำเสียในอ่าวปัตตานีเลวร้ายลงกว่าเดิม

“เราไม่มีอะไรแอบแฝงต่อคนทั้งในชุมชนและนอกชุมชน ว่าเราต้องการอย่างเดียวคือฟื้นทะเล” สุกรีสะท้อนความคิดเห็นที่ไม่ต่างจากผู้นำการเคลื่อนไหวคนอื่น ๆ “เราทำสิ่งที่ถูกต้อง เราทำงานเพื่อส่วนรวม เมื่อทะเลดีขึ้น ชาวบ้านทุกคนก็ได้ประโยชน์”

สำหรับสุกรี ความพยายามจะฟื้นทะเลต้องเดินหน้าต่อไป แม้จะอยู่ท่ามกลางไฟใต้ก็ตาม

ทะเลไม่มีปลา ทะเลไม่มีปลา
จำนวนผู้เข้าชม : 8356