South Watch.org South Watch.org
เยียวยาแผ่นดิน
สวนดุซง

สวนโบราณ "ดุซง" อาจช่วยหยุดยั้งการขยายตัวของเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และอาจช่วยแก้ปัญหาสิทธิที่ดินทำกินได้ด้วย

สวนดุซง
มะตามิง อารียู "เราต้องกลับไปหารากเหง้าทางวัฒนธรรมของเรา"
สวนดุซง
ไม้ผลสูงลิบลิ่วในสวนดุซง ภูมิปัญญาดั้งเดิมของภาคใต้
ในสายตาของคนต่างถิ่น สวนแห่งนี้ดูคล้ายป่ารกชัฏที่ต้นไม้ใหญ่ขึ้นปนกันยุ่งไปหมด แต่สำหรับชาวมุสลิมในภาคใต้สวนดุซง หรือสวนผลไม้โบราณ ไม่เพียงแต่ให้ผลไม้ พืชผักและยาสมุนไพรมากมายหลากหลายชนิด สวนดุซงยังช่วยยึดโยงเครือญาติให้ใกล้ชิดกันด้วย


“ที่เป็นอย่างนี้เพราะสวนดุซงถือเป็นของเครือญาติไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง” มะดามิง อารียู หรือที่เพื่อนๆ ของเขาในอำเภอสายบุรี ปัตตานีเรียกว่าแบยา อธิบาย

ระบบกรรมสิทธิ์ที่นี่ไม่ใช่ระบบของการครอบครอง แต่เป็นการแบ่งปัน ซึ่งแต่ละเครือญาติจะคิดค้นระบบแบ่งปันขึ้นมาในหมู่ของตนเอง เช่น ผลไม้ต้นไหนเป็นของครอบครัวไหน หรือใครจะมาเก็บผลไม้วันไหน แต่เมื่อถึงหน้าทุเรียน ทุกครอบครัวในหมู่เครือญาติทั้งใกล้และไกลจะนัดมาพบกันที่สวนดุซงเพื่อฉลองทุเรียนร่วมกัน เป็นการฉลองความสัมพันธ์ในเครือญาติไปด้วย หลายพื้นที่ยังมีการแสดงต่าง ๆ ทำให้การรวมญาติกลายเป็นเหมือนงานเทศกาลของหมู่บ้าน

“ดุซง” เป็นคำที่เพี้ยนมาจากภาษามลายูว่า dusun หมายถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ หรือหมู่บ้านดั้งเดิมของบรรพบุรุษในสมัยก่อน “คือที่ที่ปู่ย่าตาทวดของเราตั้งรกรากครั้งแรก ๆ” แบยา อธิบาย

สวนดุซง มักตั้งอยู่ตามริมแม่น้ำ เป็นที่ที่บรรพบุรุษของกลุ่มเครือญาตินั้น ๆ มาแผ้วถางที่ดินแต่ดั้งแต่เดิม พอมาตั้งหมู่บ้านก็ถางที่ปลูกข้าว พอกินผลไม้อะไรก็ทิ้งเมล็ดไว้ใกล้ ๆ บ้านหรือที่นา เมื่อย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ไม้ผลที่หมู่บ้านเก่าก็เติบโตงอกงามขึ้นเป็นที่รักษาสายใยขอบครอบครัว แล้วสวนดุซงยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด มีสมุนไพรและไม้ผลพื้นบ้านขึ้นมากมาย หลายอย่างกลายเป็นของหายากในปัจจุบัน

สวนดุซง
ดือราแม ดาราแม : “สวนดุซงช่วยอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ รวมทั้งการดำรงชีวิตของชาวบ้านด้วย

ปัจจุบันสวนดุซงกลับเหลืออยู่แค่ไม่กี่แห่ง ความเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นเมื่อระบบกรรมสิทธิ์ที่ดินของภาครัฐ ซึ่งเน้นความสำคัญของกรรมสิทธิ์บุคคล เครือญาติจึงยกกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายของสวนดุซงให้แก่สมาชิกครอบครัวที่ทุกคนนับถือมากที่สุด

เริ่มต้นไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่เมื่อรุ่นลูกหลานรับมรดกมาและเมื่อไม้ทุเรียนเริ่มมีราคาแพง เจ้าของตามกฎหมายจึงถือสิทธิ์ล้มต้นทุเรียนเอาไม้ไปขาย โดยสมาชิกในเครือญาติคนอื่น ๆ ไม่สามารถทัดทานอะไรได้ แต่ความย่อยยับครั้งใหญ่มาพร้อมกับนโยบายรัฐที่เร่งรัดส่งเสริมการปลูกสวนยางเพื่อส่งออกซึ่งไม่เพียงทำให้เกิดการบุกรุกทำลายป่าไม้ตามธรรมชาติอย่างหนักแล้ว แต่ยังทำให้สวนดุซง สูญสิ้นไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการปลูกสวนยางเป็นป่าแบบดั้งเดิมด้วย

นโยบายขององค์การสวนยางคือ ถ้าหากต้องการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาล ก็ต้องโค่นไม้อื่น ปลูกแต่ยางพาราบนที่ดินของตนเพียงอย่างเดียว แบยาซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรอย่างเคร่งครัด ถางที่ดินจนเตียนโล่งตัดต้นไม้พื้นบ้านเก่าแก่ทิ้งหมด ปลูกกล้ายางเป็นแถวตรงแน่วและรดด้วยปุ๋ยเคมี แต่จากต้นทุนที่สูงลิบลิ่ว การทำสวนยางแบบนี้ยังสิ้นเปลืองเวลาและพลังงานอย่างยิ่ง แต่นั่นก็ไม่ทำให้ได้ผลที่ดีนัก เขาจึงบอกลากับวิธีการนี้

หลังจากนั้นเขาเลิกสนใจ ไม่ใส่ปุ๋ย แต่เมื่อนับเงินหักลบกับรายจ่ายปรากฏว่ามีรายได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องเปลืองเงินไปกับค่าปุ๋ยและค่าบำรุงรักษา “...ตอนนั้นเองที่ผมตระหนักถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ตอนนั้นเองที่เห็นความโง่ของตัวเองที่ตามกระแส” แนวคิดแบบนี้สอดคล้องเป็นอย่างดีกับคำสอนของศาสนาอิสลามที่ว่า “มนุษย์ต้องเชื่อมโยงกับพระเจ้า มนุษย์กับมนุษย์ต้องเชื่อมโยงกัน รวมทั้งเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติด้วย” แบยาอธิบาย

ทะเลไม่มีปลา ทะเลไม่มีปลา
จำนวนผู้เข้าชม : 8992