South Watch.org South Watch.org
เยียวยาแผ่นดิน
พรุลานควาย
(ขวา) พื้นที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นป่าพรุอันอุดมสมบูรณ์ เดี๋ยวนี้มีแต่น้ำท่วมตลอดปี

(ล่าง) กอเซ็ง อาบูชิ : “ขอฟังเสียงของพวกเราบ้าง”
พรุลานควาย
พรุลานควาย

ความเสื่อมโทรมของพรุลานควาย ป่าพรุที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนให้เห็นความผิดพลาดของโครงการพัฒนาที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะไปทำลายระบบนิเวศของท้องถิ่น

ย้อนไปไม่กี่สิบปีก่อน พรุลานควายเป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ เป็นแหล่งทำมาหากินที่เลี้ยงชาวบ้านมา หลายชั่วคนใน 14 หมู่บ้านโดยรอบ ทั้งในเขตจังหวัดยะลาและปัตตานี ทั้งชาวมุสลิมและชาวไทยพุทธ การเป็นพื้นที่ลุ่มเป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากที่ลงมาจากภูเขา แล้วไหลเข้าสู่แม่น้ำสายบุรีก่อนจะออกสู่ทะเล บริเวณป่าพรุลานควายจึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลา นกน้ำ และสัตว์ป่านานาชนิด พื้นที่ชุมน้ำแห่งนี้ในปีหนึ่ง ๆ จะมีน้ำท่วมอยู่ราว 3 เดือน จากตุลาคมถึงธันวาคม เมื่อน้ำลดลงมาตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป ชาวบ้านจะใช้พื้นที่สำหรับปลูกข้าว ใช้เลี้ยงวัวควาย และใช้จับปลาตามหนองน้ำ

ในฤดูน้ำลดในสมัยก่อน ชาวบ้านเล่าว่า พรุมีควายมากกว่า 10,000 ตัว โดยชาวบ้านจะปล่อยควายเข้าพรุไปหาหญ้ากินเองตามทุ่งหญ้า หรือให้นอนแช่ตามปลักโคลน เป็นที่มาของชื่อพรุ คือ “พรุลานควาย”

ความเสื่อมโทรมเริ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐจากส่วนกลางนำโครงการพัฒนาเข้าไปในพื้นที่ มีทั้งการสร้างถนน เขื่อนกั้นน้ำและประตูน้ำรอบพรุ ปัญหาที่ตามมาก็คือ ระดับน้ำยังสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนใน พ.ศ.2535 ต้นไม้ เริ่มเน่าตาย และภายในเวลาแค่ไม่กี่ปี พรุลานควายก็กลายเป็นสุสานต้นไม้ที่ยืนต้นตายเต็มไปหมด

เงินก็น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หมายถึงเงินก้อนใหญ่สำหรับข้าราชการ หัวคะแนนและญาติพี่น้องของคนเหล่านี้ ชุมชนจึงเกิดความแตกแยก

ชาวบ้านจึงยิ่งยากลำบากเป็นทวีคูณ “สมัยก่อนผมทำประมงด้วยทุน 100 บาท ผมไปลงพรุ จับปลาตอนเช้าสองชั่วโมงกับตอนเย็นอีกสองชั่วโมง รวมเป็นสี่ชั่วโมง ด้วยทุนเพียง 100 บาท ผมจับปลาได้เงินมา 700 บาท จะเห็นได้ว่า เราใช้ทุนน้อย กำไรเยอะ” กอเซ็ง อาบูชิ ชาวประมงน้ำจืดวัย 46 ปี กล่าว “มาสมัยนี้ ผมต้องหยุดทำเพราะไม่คุ้มทุน”

พรุลานควาย
อายิ อาแว : “ชาวบ้านไม่ต้องลำบาก สมัยที่มีป่าพรุ”

แต่อายิ อาแว ยังไม่สิ้นความหวัง เขาและกลุ่มอนุรักษ์ได้ออกไปคุยตามหมู่บ้านรอบ ๆ พรุเพื่อสอบถามว่า มีใครอยากกลับมาเลี้ยงควายกันอีก ผลจากการเปิดเวทีพูดคุยได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้รื้อฟื้นความ รู้ของชุมชนเกี่ยวกับป่าพรุ ได้หวนถึงสาเหตุของความพินาศของพรุลานควายและร่วมกันหาวิธีคืนชีวิตให้พรุอีกครั้ง

เมื่อได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเครือข่ายชาวบ้านพรุลานควายจึงทำโครงการสำรวจป่าพรุ ตามหลักวิชาการและพบว่าร่องน้ำเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมาก รวมทั้งตื้นเขิน กว่าเดิมด้วย

ชาวบ้านจึงเปลี่ยนความคิด แทนที่จะเรียกร้องให้รื้อประตูน้ำทั้งหมด ชาวบ้านก็เปลี่ยนแผน อยากให้ปรับลดระดับน้ำลงช้า ๆ เพื่อให้ป่าพรุเจริญงอกมงามขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ

นอกจากนั้นโครงการเลี้ยงควายและการสำรวจป่าพรุ ทำให้ชุมชนต่าง ๆ สนิทสนมกันมากขึ้น จากสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น ชาวบ้านจึงช่วยกันขยายแนวคิดในการตั้ง “สภาพรุ” โดยให้มีตัวแทนจากหมู่ บ้านโดยรอบ เพื่อช่วยกันไม่ให้พรุลานควายเสียหายกว่าเดิม

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่กอเซ็งย้ำก็คือ ข้าราชการต้องเข้าใจว่า ชาวบ้านรู้สึกต่อพรุลานควายอย่างไร เพราะป่าพรุไม่ได้เป็นแค่แหล่งหารายได้ แต่เป็นระบบชีวิตที่สัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างเทือกเขา แม่น้ำ ทะเล และวิถีชีวิตของท้องถิ่น

พรุลานควาย พรุลานควาย
จำนวนผู้เข้าชม : 8289